มาลัยบัวสดลายคตกิจ
       บรรพบุรุษของไทยเรามีชื่อเสียงในงานด้านศิลปะการประดิษฐ์อย่างมากมาย  โดยเฉพาะการประดิษฐ์ตกแต่งพวงดอกไม้  ใบไม้ ผลไม้และวัสดุอื่นๆ ในปัจจุบันงานฝีมือด้านงานประดิษฐ์ดอกไม้ก็เป็นที่ขึ้นชื่อลือชามากและก็เป็นที่นิยมประดิษฐ์ในงานต่างๆแทบทุกงาน โดยเฉพาะงานพิธีต่างๆและงานมาลัยถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สูงค่าของคนไทยแขนงหนึ่งที่มีแต่ช้านาน 
      จากในหลักฐานที่อ้างถึงตอนหนึ่งว่า ในเดือนเมษายนมีพระราชพิธีสนามใหญ่บรรดาเจ้าเมือง เศรษฐี คหบดีเข้าเฝ้าถวายบังคมสมเด็จพระร่วงเจ้า   เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ พระสนมกำนัลต่าง ๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ใส่เมี่ยงหมากถวายให้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ ผู้มาเฝ้าและในครั้งนั้นนางนพมาศ ก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นรองขัน มีระย้าระบายงดงามในขันใส่เมี่ยงหมาก แล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกทีหนึ่ง เป็นที่เจริญตาและถูก กาลเทศะอีก สมเด็จพระร่วงเจ้าจึงทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยทำการรับแขกเป็นการสนามใหญ่ มีการอาวาห์มงคล หรือวิวาห์มงคล เป็นต้น ให้ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปพานขันหมากดังนี้ และให้เรียกว่า พานขันหมาก

        มาลัย หมายถึง ดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทยลักษณะหนึ่งที่เกิดจากฝีมือการประดิษฐ์ประดอยของผู้ร้อย ผสานกับความงามของดอกไม้  กลีบดอกไม้ ใบไม้นานาพันธุ์ และส่วนต่าง ๆ ของดอกไม้ที่ร้อยได้จนเกิดเป็นรูปแบบและลาดลายที่หลากหลาย  อันเป็นความงามที่แสดงออกถึงความนุ่มนวล ละเมียดละไม ความมีสมาธิ และชนิดมาลัยก็มีหลายแบบแต่ละชนิดก็มีหน้าที่ใช้สอยแตกต่างกันไปตามโอกาสและความเหมาะสม เช่น  มาลัยคล้องมือ    มาลัยบ่าวสาว   มาลัยกลม   มาลัยแบน  มาลัยรี  มาลัยตุ้ม   มาลัยตัวสัตว์   มาลัยซีก มาลัยลูกโซ่  มาลัยสามเหลี่ยม  มาลัยสี่เหลี่ยม  มาลัยเถา  มาลัยตัวหนอน  มาลัยสามกษัตริย์   มาลัยพวงดอกไม้ เป็นต้น

       การร้อยมาลัยจึงได้มีการวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าเดิมจนมาถึงปัจจุบันได้มีการประยุกต์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้วัสดุจากดอกไม้มาเป็น ผ้าและกระดาษชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีสีสันสวยงามและคงทน

ดอกไม้และใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัยมีดังนี้


          
      ดอกกุหลาบมอญ



ดอกมะลิ
ดอกพุด



ดอกดาวเรือง
   
ดอกบานไม้รู้โรย


ดอกกล้วยไม้

                  
                     ดอกเบญจมาศน้ำ
             
                                                                     
                                                                                                                        ดอกจำปี
ดอกจำปา












ใบแก้ว


ใบกระบึอ



        





             

                                                  
                           











ประเภทของมาลัยแบ่งได้ดังนี้

      มาลัยชายเดียว คือ มาลัยที่มีลักษณะเป็นพวงกลม มีอุบะห้อยเป็นชายเพียงพวงเดียว เรียกว่า มาลัยมือ มาลัยข้อมือหรือมาลัยคล้องแขน
    
      มาลัยสองชาย คือ มาลัยที่่นิยมผูกต่อด้วยโบทั้งสอง มีอุบะห้อยชายข้างละเท่า ๆ กันข้างละพวงใช้สำหรับคล้องคอบุคคลสำคัญในงานนั้น ๆ หรืองานมงคลสมรส เรียกว่า มาลัยบ่าวสาว
   
      มาลัยชำร่วย คือ มาลัยขนาดเล็กน่ารัก สำหรับมอบให้บุคคลจำนวนมากแทนการขอบคุณที่มาร่วมในงานนั้น ๆ

 ประโยชน์ของมาลัย
 มาลัยแต่ละชนิด มีหน้าที่ใช้สอยต่าง ๆ กัน ตามโอกาสและความเหมาะสม ดังนั้น
  1. ใช้สำหรับคล้องคอ เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของงาน เช่น มาลัยบ่าว-สาว
  2. ใช้สำหรับคล้องคอ เพื่อแสดงความยินดีหรือต้อนรับแขก 
  3. ใช้สำหรับคล้องคอ เพื่อแสดงความยินดีหรือเป็นเกียรติแก่ผู้มีชัยชนะในการประกวดต่าง ๆ
  4. ใช้สำหรับคล้องคอ เพื่อแสดงความยินดีแก่ผู้มีชัยชนะในการแข่งขันต่าง ๆ
  5. ใช้สำหรับมอบให้บุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อเป็นการรับขวัญ 
  6. ใช้สำหรับทูลเกล้าฯ ถวาย ในการรับเสด็จฯ ในการเข้าเฝ้าตามโอกาสที่เหมาะสม 
  7. ใช้สำหรับมอบให้แก่ประธาน หรือแขกผู้ใหญ่
  8. ใช้สำหรับเป็นของชำร่วยแก่แขกที่มาในงาน 
  9. ใช้สำหรับสวมคอในงานประเพณีพื้นบ้านของไทย
  10. ใช้แขวนประตู หน้าต่าง หรือเพดาน แทนเครื่องแขวน
  11. ใช้ห้องแทนเฟื่องดอกรัก 
  12. ใช้บูชาพระ
  13. ใช้แขวนหรือประดับเครื่องดนตรีไทยในเวลาที่จะเล่น 
  14. ใช้ในการประกอบท่ารำของการรำไทยบางชุด 
  15. ใช้ในพิธีบวงสรวงเทพยดาต่าง ๆ 
  16. ใช้สำหรับตกแต่งรัดมวยผม
  17. ใช้ประดิษฐ์เป็นดอกไม้สำหรับจัดแจกัน 
  18. ใช้ในการคารวะผู้ที่เคารพนับถือ 
  19. ใช้ในการประดับตกแต่งในงานดอกไม้สดต่าง ๆ 
  20. ใช้ในการตกแต่งสิ่งต่าง ๆ ในบางโอกาส เช่น รัดฐานพระพุทธรูป 
  21. ใช้แขวนห้อยหน้ารถ หรือหัวเรือ 
  22. ใช้ในการตกแต่งประดับเวที


รูปมาลัยแบบต่าง ๆ



มาลัยบัวสดคล้องมือ        

                                      





มาลัยคล้องมือ





มาลัยคล้องมือ



 
มาลัยคล้องมือ

 
มาลัยบ่าวสาว



         ร่วมกันรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติและของท้องถิ่นเพื่อสร้างความเข้าใจสำคัญของวัฒนธรรมในฐานะที่เป็นมรดกของไทยอย่างถ่องแท้ ซึ่งความรู้ดังกล่าวถือเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตแบบไทยและสืบทอดต่อไป

                                                                       นางสาววันดี     มุขศรี




0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น